สถานที่สำคัญ

เผยความลับสโตนเฮนจ์: 10 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!

ความลับดำมืดที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับพันปีใต้พื้นดินของสโตนเฮนจ์ กำลังจะถูกเปิดเผย ภายหลังทีมนักโบราณคดีนานาชาติภายใต้การนำของศาสตราจารย์เอลียาห์ เบนเนตต์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งอาจพลิกโฉมความเข้าใจของเราเกี่ยวกับอนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์แห่งนี้ไปตลอดกาล ทีมวิจัยได้ระบุว่าพวกเขาค้นพบ “แผนผังดาราศาสตร์โบราณ” ที่ประเมินว่ามีอายุย้อนไปได้ถึง 4,500 ปี ซ่อนอยู่ใต้กลุ่มหินยักษ์

การค้นพบอันน่าตื่นตะลึงนี้เกิดขึ้นระหว่างการสำรวจด้วยเทคโนโลยีเรดาร์ทะลุพื้นดิน (GPR) ที่ล้ำสมัยในบริเวณรัศมี 1 กิโลเมตรจากใจกลางสโตนเฮนจ์ ข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างใต้ดินที่ซับซ้อน คล้ายกับผังดาวและกลุ่มดาวที่สำคัญ ซึ่งสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้อย่างแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ ดร.ลิลลี่ ชาง ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์โบราณจากสถาบันสมิธโซเนียน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะวิจัยย้ำว่า “นี่ไม่ใช่แค่การจัดเรียงหินธรรมดา แต่เป็นการถอดรหัสท้องฟ้าในยุคโบราณลงบนผืนโลก”

สาเหตุที่การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากมันเป็นการยืนยันสมมติฐานที่นักวิชาการถกเถียงกันมานานหลายศตวรรษว่า สโตนเฮนจ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น หากแต่ยังเป็น “ห้องสังเกตการณ์ดาราศาสตร์” ขนาดมหึมา ที่ใช้ในการคำนวณปฏิทิน การทำนายฤดูกาลเพาะปลูก และอาจรวมถึงการกำหนดวันสำคัญทางวัฒนธรรมของชนเผ่าในยุคหินใหม่ การมีอยู่ของแผนผังใต้ดินนี้ได้มอบหลักฐานที่จับต้องได้ว่าบรรพบุรุษของเรามีความรู้ด้านดาราศาสตร์ที่ลึกซึ้งกว่าที่เราเคยจินตนาการ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงขึ้นไปอีก คือการที่ศาสตราจารย์เบนเนตต์แย้มว่ามีหลักฐานบางอย่างบ่งชี้ว่าแผนผังนี้ อาจถูกสร้างขึ้นก่อนการยกหินยักษ์ขึ้นตั้ง ซึ่งหมายความว่าแนวคิดในการสร้างสโตนเฮนจ์นั้นฝังรากลึกอยู่ในความเข้าใจด้านดาราศาสตร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงเพิ่มเติมในภายหลัง การวิเคราะห์เพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการกรุงลอนดอนกำลังดำเนินไปอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างแผนผังใต้ดินกับโครงสร้างหินด้านบนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

นักท่องเที่ยวและผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่าข้อมูลใหม่นี้จะนำไปสู่การตีความสโตนเฮนจ์ในรูปแบบใด การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนมุมมองของเราต่อยุคหินใหม่ในอังกฤษ แต่ยังอาจจุดประกายให้เกิดการสำรวจโบราณสถานอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีเดียวกัน เพื่อค้นหาความลับที่อาจถูกซ่อนไว้ใต้พื้นพิภพอีกมากมาย ซึ่งจะเปิดเผยบทบาทของมนุษย์ในยุคโบราณกับการทำความเข้าใจจักรวาล

มันเป็นไปได้หรือไม่ว่า ปริศนาการสร้างและความลับทางดาราศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในกลุ่มหินสโตนเฮนจ์ กำลังจะถูกไขออกในที่สุด การค้นพบนี้ได้จุดประกายความหวังใหม่ในการทำความเข้าใจอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษผู้สร้างสโตนเฮนจ์ว่าพวกเขามีความสามารถในการสังเกตการณ์และบันทึกปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ได้ละเอียดลึกซึ้งเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากเทคโนโลยีในยุคนั้น